Not cache

วิเคราะห์เหตุผล สเตเฟ่น เคอร์รี่ เซ็นสัญญา 10 ปีกับ Li-Ning พร้อมพา Curry Brand ลุยตลาดโลก

02 มิ.ย. 2026
ยอดการรับชม :
0
วิเคราะห์เหตุผล สเตเฟ่น เคอร์รี่ เซ็นสัญญา 10 ปีกับ Li-Ning พร้อมพา Curry Brand ลุยตลาดโลก

การตัดสินใจอำลา Under Armour หลังร่วมงานกันมายาวนานนับตั้งแต่ปี 2013 ถือเป็นหนึ่งในก้าวธุรกิจที่สำคัญที่สุดของ สเตเฟ่น เคอร์รี่ เพราะนี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนผู้สนับสนุนอุปกรณ์กีฬา แต่คือการยกระดับ Curry Brand ให้กลายเป็นทรัพย์สินทางธุรกิจที่เขาสามารถพาไปเติบโตกับพันธมิตรรายใหม่ได้อย่างเต็มรูปแบบ หลังทั้งสองฝ่ายแยกทางกันด้วยความเข้าใจร่วมกันในช่วงปลายปี 2025 และที่สำคัญ Under Armour ยังเปิดทางให้เขานำ Curry Brand ติดตัวออกไปด้วย ทำให้ดีลใหม่กับ Li-Ning กลายเป็นมากกว่าสัญญารองเท้า เพราะมันคือการวางรากฐานแบรนด์ของตัวเองในระยะยาว

ตามรายงาน ดีลระหว่าง สเตเฟ่น เคอร์รี่ กับ Li-Ning มีระยะเวลายาวถึง 10 ปี ครอบคลุมทั้งรองเท้าบาสเกตบอล เสื้อผ้ากีฬาแนวลำลอง และอุปกรณ์กอล์ฟ พร้อมมอบบทบาทสำคัญให้เขามีอำนาจช่วยคัดเลือกและดึงนักกีฬาคนอื่นเข้ามาอยู่ภายใต้ Curry Brand ได้ด้วยตัวเอง จุดนี้สะท้อนชัดว่าเคอร์รี่ไม่ได้เป็นเพียงนักกีฬาพรีเซนเตอร์ แต่กำลังก้าวไปสู่สถานะคล้ายผู้บริหารและผู้สร้างระบบธุรกิจของแบรนด์ เหตุผลที่เขาเลือก Li-Ning ก็ชัดเจนหลายด้าน ทั้งเรื่องสถานะในแบรนด์ที่ทำให้เขากลายเป็นชื่อหลักทันที ต่างจากการอยู่ค่ายใหญ่อื่นที่ต้องแบ่งพื้นที่กับซูเปอร์สตาร์หลายคน รวมถึงโอกาสในการขยายอิทธิพลของ Curry Brand สู่ตลาดเอเชียและตลาดโลก ซึ่งเป็นภูมิภาคที่นักบาส NBA ได้รับความนิยมสูงมาโดยตลอด อีกทั้งยุค NIL ยังเปิดประตูให้แบรนด์สามารถเข้าถึงนักกีฬารุ่นใหม่ระดับมัธยมและมหาวิทยาลัยได้เร็วขึ้น ทำให้ Li-Ning และ Curry Brand มีโอกาสสร้างเครือข่ายนักกีฬาระยะยาวได้กว้างกว่าเดิม

เมื่อมองภาพรวม สัญญา 10 ปีครั้งนี้มีความหมายมากกว่าตัวเลขรายได้ เพราะระยะเวลาดังกล่าวยาวเกินกว่าช่วงเวลาที่เคอร์รี่น่าจะยังเล่นบาสเกตบอลอาชีพอยู่ จึงชัดเจนว่านี่คือแผนธุรกิจที่ออกแบบมาเพื่อชีวิตหลังเลิกเล่นตั้งแต่ต้น เป้าหมายของเขาไม่ใช่แค่มีแบรนด์รองเท้าเป็นของตัวเอง แต่คือการผลักดัน Curry Brand ให้เติบโตสู่ระดับอาณาจักรธุรกิจแบบที่ Jordan Brand เคยทำได้ แม้ Li-Ning จะไม่ใช่ Nike แต่สำหรับ สเตเฟ่น เคอร์รี่ นี่อาจเป็นพันธมิตรที่เหมาะสมที่สุดในการสร้างมรดกทางธุรกิจของตัวเอง และทำให้ชื่อ Curry Brand กลายเป็นแบรนด์กีฬาระดับโลกในอนาคต